xxx filme porno xxx
30 Most beautiful cities in the world

30 เมืองสวยทั่วโลก หลังโควิดนี้เจอกันแน่

June 7, 2021 535 0 0

ในแต่ละประเทศทั่วโลก ล้วนมีเมืองสวยที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนจำนวนไม่น้อย แต่ละเมืองล้วนมีจุดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป ทั้งความงามของธรรมชาติ สถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือน และวิถีชีวิตผู้คน เมืองที่สวยงามราวกับภาพในฝัน โลกในนิทานประมาณนั้น 30 เมืองสวยทั่วโลก ที่นักเดินทางใฝ่ฝันว่าครั้งหนึ่งต้องได้มาเยือนสักครั้งมีเมืองไหนบ้าง…ไปดูกัน อ๋อ แล้วถ้าโควิดหมดเมื่อไหร่ แล้วอย่าลืมเข้าไปจองตั๋วเครื่องบินราคาดี๊ดี บินไปได้รอบโลกกับ Traveloka เพราะนอกจากโปรโมชั่นแล้ว ยังมีที่พัก ที่เที่ยว และรถรับส่งสนามบินให้จองครบจบในแอปเดียว

1. โรม (Rome) อิตาลี (Italy)

โรม (Rome) อิตาลี (Italy)
โรม (Rome) อิตาลี (Italy)

“โรมา” คือชื่อเรียกภาษาอิตาลีของกรุงโรม เมืองที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของกลิ่นอายประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มีแลนด์มาร์กสำคัญคือ “สนามกีฬาคอลอสเซียม”  ที่เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ที่เที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ อย่างเช่น จัตุรัสนาโวนา มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ปราสาทซันตันเจโล

โรมันฟอรัม น้ำพุเทรวี่ วิหารแพนธิออน พิพิธภัณฑ์วาติกัน ฯลฯ  ส่วนที่ “ย่านตราสเตเวเร” ย่านที่อยู่อาศัยเก่าแก่ของชาวยุคกลาง มีร้านอาหารและร้านกาแฟเก๋ ๆ มากมายให้นั่งชิลท่่ามกลางบรรยากาศย้อนยุค

2. อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เนเธอร์แลนด์ (Netherlands)

อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เนเธอร์แลนด์ (Netherlands)
อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เนเธอร์แลนด์ (Netherlands)

เมืองหลวงขนาดเล็กน่ารัก ที่เสน่ห์ไม่ได้มีอยู่แค่ความเก่าแก่ทางประวัติศาตร์เท่านั้น แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยมีคลองมากกว่า 165 แห่ง  เป็นบ้านเกิดของศิลปินชื่อก้องโลก “วินเซนต์ แวนโก๊ะ” 

และมีจุดปักหมุดสวยๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น จัตุรัสดัมสแควร์ บ้านแอนน์แฟรงค์  พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ หมู่บ้านกังหันลมโบราณ โรงงานผลิตเบียร์ไฮเนเก้น ด้วยรูปแบบวิถีชีวิตของชาวเมืองที่เรียบง่าย บรรยากาสสบาย ๆ จะเดินเล่น นั่งเรือ หรือปั่นจักรยานชมเมืองก็ได้ทั้งนั้น อัมสเตอร์ดัมจึงกลายเป็นเมืองที่ควรค่าแก่การมาเยื่ยมเยือน  

3. เวียนนา (Vienna) ออสเตรีย (Austria)

เวียนนา (Vienna) ออสเตรีย (Austria)
เวียนนา (Vienna) ออสเตรีย (Austria)

เมืองสุดแสนโรแมนติก เป็นสุดยอดสถานที่ฮันนีมูนในฝันของคู่รักมากมาย ด้วยเสน่ห์ของความเก่าแก่สุดคลาสสิกที่ไม่แทบเปลี่ยนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม่น้ำดานูบยังคงความงดงาม เช่นเดียวดนตรีโอเปร่าที่ยังขับกล่อมผู้คนอยู่ทุกวินาที มากมายไปด้วยสถานที่งดงามอย่างเช่น พระราชวังเชินบรุนน์ พระราชวังฮอฟบวร์ก มหาวิหารเซนต์สตีเฟน ป้อมปราการโฮเฮนซาลซ์บวร์ก ศาลาว่าการกรุงเวียนนา พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ บ้านโมสาร์ท โรงอุปรากรเวียนนา

พลาดไม่ได้กับการเล่น “ชิงช้าสวรรค์แห่งสวนสนุกพราเตอร์” หนึ่งในชิงช้าสวรรค์ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก

4. ปารีส (Paris) ฝรั่งเศส (France)

ปารีส (Paris) ฝรั่งเศส (France)
ปารีส (Paris) ฝรั่งเศส (France)

ปารีสเป็นเมืองที่มีทั้งความเก่าแก่โรแมนติกและทันสมัยคละเคล้ากันอย่างลงตัว มีความหลากหลาย ทั้งทางสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมของผู้คน มีทั้งมุมเงียบสงบและครึกครื้นให้เลือกค้นหา นอกเหนือจาก “หอไอเฟล” ที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ ยังมีสถานที่น่าประทับใจอีกเช่น พระราชวังแวร์ซาย พระราชวังลุกซองบูร์ มหาวิหารนอร์ทเทอดาม มหาวิหารซาเครเกอร์ ประตูชัยฝรั่งเศส  พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ พิพิธภัณฑ์ออร์แซ โรงอุปรากรปาแลการ์นีเย และถนนสายช้อปปิ้งช่ื่อดัง  “ช็องเซลีเซ” ที่บรรยากาศคึกคักทั้งกลางวันและค่ำคืน

5. บาร์เซโลนา (Barcelona) สเปน (Spian)

บาร์เซโลนา (Barcelona) สเปน (Spian)
บาร์เซโลนา (Barcelona) สเปน (Spian)

เมืองใหญ่อันดับ 2 ของสเปน รองจากมาดริด และเป็นเมืองหลวงของแคว้นกาตาโลเนีย บรรยากาศของเมืองมีเอกลักษณ์ตัวตนที่ชัดเจน และมีความสวยงามขึ้นชื่อเมืองหนึ่งของยุโรป สถานที่เที่ยวมีหลากหลาย เช่น มหาวิหารลาซากราดาฟามิเลีย   พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ คฤหาสน์คาซาบัตโล เนินเขามองต์คูอิก สวนซิวตาเดยา ชายหาดบาร์เซโลนา สโมสรบาร์เซโลน่า พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติคาคาตาลันยา อีกทั้งถนนคนเดินลารัมบลา ที่นักช้อปห้ามพลาดเด็ดขาด

6. ฟิรา (Fira) กรีซ (Greece)

ฟิรา (Fira) กรีซ (Greece)
ฟิรา (Fira) กรีซ (Greece)

ดินแดนสุดแสนโรแมนติกบนเกาะในฝัน “ซานโทรินี” ของกรีซ เป็นเมืองที่สวยงามราวภาพวาด ตั้งอยู่บนหน้าผาซึ่งเป็นปากปล่องภูเขาไฟ  โดดเด่นด้วยอาคารบ้านเรือนสีขาวฟ้าเรียงรายอยู่บนเขาริมทะเล นับเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก รวมถึงมีชายหาดหินสีที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก กิจกรรมของเมืองนี้คือการเดินช้อปปิ้ง ชมวิวภูเขาไฟและทะเลอีเจียน ชิมอาหารซีฟู้ดสดใหม่ และสำรวจแหล่งแฮงก์เอาท์ในยามค่ำคืน

7. คอทส์โวลด์ส (Cotswolds) อังกฤษ (England)

คอทส์โวลด์ส (Cotswolds) อังกฤษ (England)
คอทส์โวลด์ส (Cotswolds) อังกฤษ (England)

เมืองชนบทแบบสโลว์ไลฟ์แท้ ๆ ที่ยังคงมีบรรยากาศชวนฝันเดิม ๆ ในสมัยเมื่อครั้งที่เป็นศูนย์กลางการค้าขนแกะ ตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ 13 – 15 มีหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดของอังกฤษประมาณ 26 แห่ง ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นคือ เป็นบ้านที่สร้างจากหินปูนสีเหลืองแกมน้ำตาล ซึ่งหาได้จากบริเวณคอตส์โวลด์สเท่านั้น  บรรยากาศของเมืองทั้งสวยและสงบ แบบสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ ต้นไม้ท้องทุ่งและสายน้ำยังมีเสน่ห์ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่อีกมิติหนึ่ง ที่ไม่คิดว่าจะยังคงมีอยู่ในโลกนี้เลย

8. เซโมโร (Cemoro) อินโดนิเซีย (Indonisia)

เซโมโร (Cemoro) อินโดนิเซีย (Indonisia)

เซโมโรเป็นเมืองแห่งภูเขาที่หลับใหลรอวันปะทุ ซึ่งมีภูเขาไฟอยู่หลายลูก แต่ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ “ภูเขาไฟโบรโม” ที่ยืนเด่นทั้งสวยงามและน่าเกรงขาม ในวันฟ้าเปิดจะเห็นวิวหมู่ภูเขาเรียงรายกันอยู่ชัดเจนสวยงามมาก ไฮไลท์ของที่นี่คือ การพักแรมที่หมู่บ้านเซโมโร เพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอก รวมถึงการเดินทางไปชื่นชมวิวสวย ๆ บนปากปล่องภูเขาไฟโบรโม ที่เต็มไปด้วยหมอกควันสีขาวพวยพุ่งออกจากปากปล่องภูเขาไป ที่ขาวบ้านในพื้นที่เรียกควันขาวเหล่านี้ว่า “ลมหายใจของเทพเจ้า จากภูเขาที่ยังมีชีวิต”

9. ไรเนอ (Reine) นอรเวย์ (Norway)

ไรเนอ (Reine) นอรเวย์ (Norway)
ไรเนอ (Reine) นอรเวย์ (Norway)

หมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ที่หลายคนเรียกกันว่า “จิตวิญญาณแห่งนอร์เวย์” ล้อมรอบด้วยเทือกเขาและฟยอร์ด ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดของนอร์เวย์   และยังได้รับการขนานนามว่าเป็นสถานที่โรแมนติคที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย  สถาปัตยกรรมบ้านไม้ชาวประมงที่สร้างขึ้นในรูปแบบเดียวกัน ดูน่ารักและเป็นระเบียบ บรรยากาศแสนสงบ ที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนในฤดูร้อน ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนกรกฎาคม  และในช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนมีนาคม  ยังสามารถมองเห็นแสงเหนือที่สุดมหัศจรรย์ด้วย

10. ลี่เจียง (Lijiang) จีน (China)

ลี่เจียง (Lijiang) จีน (China)
ลี่เจียง (Lijiang) จีน (China)

เมืองดังแห่งแคว้นยูนนาน ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งเมืองสวยที่สุดในโลก เป็นเมืองมรดกโลกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 800 ปี  ในอดีตเป็นจุดแลกเปลี่ยนค้าขายสินค้ามีชื่อเสียง มีคูคลองและสะพานกระจายตัวอยู่มากมาย จนได้รับการขนานนามว่า “เวนิสแห่งตะวันออก” ที่เที่ยวห้ามพลาด เช่น เขตเมืองโบราณลี่เจียง พระราชวังมู่ วัดอวี้เฟิง ภูเขาหิมะมังกรหยก หมู่บ้านไบชา เมืองโบราณชูฮี สระน้ำมังกรดำ อุทยานน้ำหยก ช่องเขาเสือกระโจน น้ำตกไป่สุ่ยเหอ ทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงิน และคฤหาสน์ไม้มูฟู  เป็นต้น

11. คัปปาโดเกีย (Cappadocia) ตุรกี (Turkey)

คัปปาโดเกีย (Cappadocia) ตุรกี (Turkey)
คัปปาโดเกีย (Cappadocia) ตุรกี (Turkey)

“คัปปาโดเกีย” หรือ “คัปปาโดเชีย” มีความหมายว่า “ดินแดนม้าพันธุ์ดี” เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยหินหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสาหินรูปทรงประหลาดหลากหลาย งดงามและน่าอัศจรรย์จนได้ชื่อว่าเป็น“ดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า”  และยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกีอีกด้วย สถานที่น่าสนใจได้แก่ นครใต้ดินไคมัคลึ หุบเขาเดฟเรนท์ หุบเขาพาซาแบค เอวานอส พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม ปราสาทหินยูชิซาร์  และหุบเขานกพิราบ  เมืองแห่งนี้ยังเป็นจุดปล่อยบอลลูนลูกยักษ์หลากสีสันอีกด้วย

12. ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) ญี่ปุ่น (Japan)

ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) ญี่ปุ่น (Japan)
ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) ญี่ปุ่น (Japan)

เมืองมรดกโลกเก่าแก่ตั้งอยู่ในหุบเขาของจังหวัดกิฟุ ประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบ “กัสโซซึคุริ” เป็นบ้านหลังคาสามเหลี่ยมรูปทรงพนมมือ เพื่อช่วยป้องกันความหนาวเหน็บและหิมะในฤดูหนาว หมู่บ้านแห่งนี้ยังคงดำรงการใช้ชีวิตที่มีมาแต่เดิมในอดีต ความเรียบง่ายก็เป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของที่นี่ นอกจากนี้ในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี ที่นี่ยังมีเทศกาลประดับไฟฤดูหนาวยามราตรี ที่ช่วยแต่งเติมสีสันให้หมู่บ้านชิราคาวาโกะดูงดงามดุจดังหมู่บ้านในเทพนิยาย

13. เบลด (Bled) สโลเวเนีย (Slovania)

เบลด (Bled) สโลเวเนีย (Slovania)
เบลด (Bled) สโลเวเนีย (Slovania)

เมืองในอ้อมกอดของขุนเขาและทะเลสาบ สวยงามดังภาพวาดจนถูกขนานนามว่า ”ไข่มุกแห่งเทือกเขาแอลป์”

เบลดเป็นเมืองที่มีขนาดเล็กที่สามารถเดินเท้าเที่ยวได้สบายๆ และได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีแหล่งสปาที่สวยที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง

จุดโรแมนติกของที่นี่ คือเกาะกลางทะเลสาบที่ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลสีเขียวมรกต เป็นที่ตั้งของโบสถ์พระแม่มารีอันศักดิ์สิทธิ์ เล่ากันว่าหากคู่สมรสคู่ใดได้มาโยกระฆังในโบสถ์จะมีชีวิตคู่ยืนยาว โดยเจ้าบ่าวจะต้องอุ้มเจ้าสาวขึ้นบันไดมาจากท่าเรือจนถึงประตูโบสถ์

14. พุกาม (Burma) เมียนมาร์ (Myanmar)

พุกาม (Burma) เมียนมาร์ (Myanmar)
พุกาม (Burma) เมียนมาร์ (Myanmar)

เมืองเก่าแก่หลายพันปีที่มีเจดีย์ใหญ่น้อยมากกว่า 5,000  องค์ จนได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองแห่งเจดีย์สี่พันองค์ หรือเมืองแห่งทะเลเจดีย์ ในภาพมุมสูงจะมองเห็นท้องทุ่งแห่งองค์เจดีย์สวยงามเป็นที่สุด เจดีย์ที่โดดเด่นที่สุดคือ “  เจดีย์ชเวซีโกน” เจดีย์องค์แรกของพุกาม นอกจากนี้ยังมีเจดีย์และวัดที่สำคัญอย่างเช่น เจดีย์ชเวซันดอว์ อานันทะวิหาร  เจดีย์ตะเวียงนิว วัดพญาตองซู วัดติโลมินโล เจดีย์ธัมมะยังจีและเจดีย์ตะบิญญูพยา นอกจากนั้นเมืองพุกามยังมีเทศกาลบอลลูนที่ยิ่งใหญ่อีกด้วย 

15. ดานัง (Da Nang) เวียดนาม (Vietnam)

ดานัง (Da Nang) เวียดนาม (Vietnam)
ดานัง (Da Nang) เวียดนาม (Vietnam)

จุดเด่นของดานังคือเป็นเมืองท่าที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเวียดนาม ได้รับการขนานนามว่า “ดินแดนยุโรปแห่งเอเชีย”

เสน่ห์ของดานังก็คือ บรรยากาศของเมืองที่คึกคักไปด้วยผู้คน เรือสินค้าที่จอดเรียงรายอยู่ริมฝั่งน้ำ และวิถีชีวิตชาวประมงที่ยังคงมีให้เห็นในปัจจุบัน  ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย อาทิ สะพานมังกร บานาฮิลล์ หาดหมีเคว ภูเขาหินอ่อน เจดีย์วัดเทียนมู่

16. แซนซิบาร์ (Zanzibar) แทนซาเนีย (Tanzania)

แซนซิบาร์ (Zanzibar) แทนซาเนีย (Tanzania)
แซนซิบาร์ (Zanzibar) แทนซาเนีย (Tanzania)

“แซนซิบาร์” เกาะสวรรค์กลางมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากชายฝั่งแทนซาเนียออกไปประมาณ 30 กิโลเมตร เสน่ห์ของเกาะแซนซิบาร์คือหาดทราย ขาวสะอาดสวยสุด ๆ น้ำทะเลใสแจ๋ว และโลกใต้น้ำสุดมหัศจรรย์ บรรยากาศเงียบสงบ ไฮไลท์ของเกาะแห่งนี้คือเมืองมรดกโลกแสนคลาสสิกที่ชื่อ “สโตนทาวน์” ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ หาดนุงวี หาดนาคูเพนดา บ้านเมอร์คิวรี่ ป้อมปราการเก่าสวนสัตว์  มหาวิหารสโตนทาวน์ ซากปรักหักพังพระราชวังสุลต่าน ฟาร์มเครื่องเทศ ตลาดทาสเก่าและตลาดปลา นับเป็นจุดปลายทางที่สวยที่สุดในแอฟริกาเลยทีเดียว

17. ปราก (Prague) เช็ก  (Czech)

ปราก (Prague) เช็ก (Czech)
ปราก (Prague) เช็ก (Czech)

เมืองแห่งความเงียบสงบแสนโรแมนติก และได้รับฉายาว่า “นครแห่งปราสาท 100 ยอด” อีกทั้งยังติด 1 ใน 25 เมืองยุโรปน่าเที่ยว  ความคลาสสิกของสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและวัฒนธรรมเก่าแก่ที่ยังคงอบอวลอยู่ทุกอณู โดยเฉพาะมรดกโลกคือ “ปราสาทปราก” แลนด์มาร์กสำคัญริมฝั่งแม่น้ำวิตาร่า จุดท่องเที่ยวอื่นๆ อย่างเช่น เขตเมืองเก่า ถนนทองคำ จัตุรัสเวนเซสลัส มหาวิหารเซนต์วีตุส ซุ้มประตูเมือง หอนาฬิกาดาราศาสตร์ สะพานชาร์ลส์ เมืองโบราณเชสกี้ครุมลอฟ กำแพงจอห์นเลนนอน และปราสาทคาร์ลสเตน โบราณยุคกลางที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา

18. เซบู (Cebu) ฟิลิปปินส์ (Philippines)

เซบู (Cebu) ฟิลิปปินส์ (Philippines)
เซบู (Cebu) ฟิลิปปินส์ (Philippines)

เมืองที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของฟิลิปปินส์ ตั้งอยู่เกาะใหญ่ที่รายล้อมด้วยเกาะเล็กเกาะน้อย 167 เกาะ ได้รับสมญานามว่าเป็น “เมืองราชินีแห่งแดนใต้”  มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ อนุสาวรีย์มรดกแห่งเซบู ไม้กางเขนแห่งมาเจลลัน วิหารแห่งพระกุมารศักดิ์สิทธิ์ ป้อมซานเปโดร บ้านโบราณแย็บซานดิเอโก ถนนโบราณโคลอน วัดลัทธิเต๋า กิจกรรมห้ามพลาดของที่นี่คือ ว่ายน้ำดูฉลามวาฬที่ออสลอบ ถ่ายรูปสวยๆ ที่เนินช็อกโกแลต สนุกสนานกับการเล่น “แคนยอนเนียริ่ง” ที่น้ำตกคาวาซาน  และแวะซื้องานหัตถกรรมฝีมือ ณ ตลาดคาร์บอนมาร์เก็ต

19. เคียฟ (Kiev) ยูเครน Ukraine

เคียฟ (Kiev) ยูเครน Ukraine
เคียฟ (Kiev) ยูเครน Ukraine

เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของยูเครน และเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในยุโรป ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำดนีปเปอร์ เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงาม ทั้งอาคารบ้านเรือนหรือถนนหนทางมีความเก่าแก่นับร้อยปี และยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี จุดปักหมุดที่น่าสนใจ ได้แก่  จัตุรัสถนนเฮรเชอร์ติก โรงละครโอเปร่าแห่งเมืองเคียฟ  มหาวิหารเซนต์โซเฟีย มหาวิหารเซนต์โวโลดีเมียร์ อนุสาวรีย์โกลเด้นเกต โบสถ์เซนต์ไมเคิล พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ วิหารถ้ำเคียฟ สวนโบตานิค และย่านแอนดรีฟสกี ที่ได้รับการกล่าวขานให้เป็นย่านมงมาร์ตของเมืองเคียฟ  

20. เทลอาวีฟ (Tel Aviv) อิสราเอล (Israel)

เทลอาวีฟ (Tel Aviv) อิสราเอล (Israel)
เทลอาวีฟ (Tel Aviv) อิสราเอล (Israel)

เมืองท่าชื่อดังบนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญและเป็นเมืองที่มั่งคั่งที่สุดในอิสราเอล และยังได้ฉายาว่า “เมืองที่ไม่เคยหลับ” สถานที่ท่องเที่ยวในเทลอาวีฟมีมากมาย อาทิ พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งเทลอาวีฟ สวนสัตว์ราเมทเกนซาฟารี สวนสนุกลูนาพาร์ค สวนสาธารณะฮาบิมา หาดเทลอาวีฟพรอมเนด หาดทาเยเลท หาดบาบานา หาดดรัมเมอร์ หาดเมซิทซิม ท่าเรือจัฟฟา ท่าเรือเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปถึงสมัยพระคัมภีร์ ปัจจุบันเป็นศูนย์รวมร้านค้าหลากหลาย เช่น ร้านอาหารนานาชาติ ร้านกาแฟ รวมถึงร้านขายของที่ระลึก และบูติกสุดหรู

21. บูคาเรสต์ (Bucharest) โรมาเนีย (Romania)

บูคาเรสต์ (Bucharest) โรมาเนีย (Romania)
บูคาเรสต์ (Bucharest) โรมาเนีย (Romania)

เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของโรมาเนีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่นํ้าดามโบวิตา ได้รับการขนานนามว่า “ปารีสน้อย”  เพราะที่นี่เต็มไปด้วยถนนสไตล์ฝรั่งเศสที่กว้างใหญ่ พระราชวังแบบนีโอคลาสสิก และสวนสาธารณะอันกว้างขวาง  มีทั้งแหล่งช้อปปิ้งและสถานที่สำคัญ ๆ เช่น จัตุรัสแห่งการปฏิวัติ ประตูชัย พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติโรมาเนีย อาคารรัฐสภา และ สวนซิสมิกุย สวนสาธารณะขนาดเล็กที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ภายในมีร้านอาหารและบาร์ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวด้วย

22. ปอร์โต (Porto) โปรตุเกส (Portugal)

ปอร์โต (Porto) โปรตุเกส (Portugal)
ปอร์โต (Porto) โปรตุเกส (Portugal)

เมืองใหญ่อันดับ 2 รองจากลิสบอน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของโปรตุเกส เป็นเมืองมรดกโลกที่มีความสวยงามอย่างมากอีกเเห่งของโลก มีกลิ่นอายของบรรยากาศเมืองเก่า ๆ ให้เยี่ยมชม เป็นแหล่งผลิตไวน์แดงชั้นนำของโลก และบ้านเกิดสโมสรฟุตบอลชื่อดัง มีสถานที่น่าสนใจ เช่น  พระราชวังพาลาซิโอดาโบลซา โบสถ์นักบุญฟรานซิส สะพานโค้งดอมหลุยส์ที่ 1 ศาลาว่าการเมือง จัตุรัสลิเบอร์ตี้ ย่านริเบรา สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเซาเบนโต และร้านหนังสือลิฟวาเรียเลลโล ร้านหนังสือที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงระดับโลก

23. มาเล (Male) มัลดีฟส์ (Maldives)

มาเล (Male) มัลดีฟส์ (Maldives)
มาเล (Male) มัลดีฟส์ (Maldives)

เมืองหลวงของมัลดีฟส์ ตั้งอยู่บนเกาะมาเล ทางตอนใต้ของหมู่เกาะคาฟุ ใจกลางมหาสมุทรอินเดีย  เป็นศูนย์กลางธุรกิจชองประเทศ พื้นที่บนเกาะส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งของโรงแรม รีสอร์ท และสถานบันเทิงมากมาย 

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมามัลดีฟส์จะต้องมาลงเครื่องบินที่นี่ สถานที่ท่องเที่ยวน่าแวะ อย่างเช่น ทำเนียบประธานาธิบดี อนุสาวรีย์สึนามิ มัสยิดฮูคูรุหรือมัสยิดวันศุกร์ มัสยิดกลาง พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติมัลดีฟส์ ตลาดปลามาเล่

เมืองแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของแนวปะการังบานานารีฟ ที่ยาวถึง 300 เมตรด้วย

24. เยลโลไนฟ์ (Yellowknife) แคนาดา (Canada)

เยลโลไนฟ์ (Yellowknife) แคนาดา (Canada)
เยลโลไนฟ์ (Yellowknife) แคนาดา (Canada)

เมืองหลวงและนครที่ใหญ่ที่สุดของนอร์ทเวสต์เทอร์ริทอรีส์ ประเทศแคนาดา ตั้งอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือ ติดกับทะเลสาบเกรทสเลฟ เป็นเมืองที่มีอากาศหนาวทั้งปี ความสำคัญของเมืองแห่งนี้คือ เป็นจุดชมแสงเหนือท่ามกลางอากาศติดลบถึง -50 องศาเซลเซียส ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงเดือนมกราคม องค์การนาซาจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในจุดชมแสงออโรร่าที่ดีที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ท่ามกลางหิมะ และยังมีการแสดงโชว์ แสงสีเสียงต่าง ๆ อีกมากมายหลายแบบให้นักเที่ยวได้ชม

25. มอสโก (Moscow) รัสเซีย (Russia)

มอสโก (Moscow) รัสเซีย (Russia)
มอสโก (Moscow) รัสเซีย (Russia)

หนึ่งในมหานครสำคัญของโลกที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป มีแม่น้ำมัสกวาทอดผ่านกลางเมือง  เป็นศูนย์รวมความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ และสถาปัตยกรรมที่สวยงามมาหลายยุคสมัย มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ พระราชวังเครมลิน จตุรัสแดง มหาวิหารเซนต์บาซิล  สถานีรถไฟใต้ดินกรุงมอสโค พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และเขตอนุรักษ์โคโลเมนสโกว ห้างสรรพสินค้ากุม ย่านอารบัด และตลาดอิซเมลลอฟสกี้ ตลาดนัดของฝากที่ใหญ่ที่สุดในกรุงมอสโก

26. อินเตอร์ลาเคน (Interlaken) สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)

อินเตอร์ลาเคน (Interlaken) สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)
อินเตอร์ลาเคน (Interlaken) สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)

เมืองรีสอร์ทสุดโรแมนติก โอบล้อมด้วยขุนเขา ทุ่งหญ้าและสวนผลไม้   เป็นแหล่งผลิตออกซิเจนที่บริสุทธิ์ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ มี 2 ทะเลสาบขนานกันกับเมือง คือ ทะเลสาบเบรียสและทะเลสาบทูน ไฮไลท์ของเมืองนี้คือจุดชมวิวมุมสูงของ 3 ขุนเขา ที่จะได้สัมผัสกับทิวทัศน์อันดงดงามของยอดเขาจุงฟราวน์  ยอดเขามอนซ์ และยอดเขาอีเกอร์ พร้อมด้วยทะเลสาบสีเขียวที่ล้อมด้วยป่าสน เป็นภาพที่งดงามราวกับหลุดเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยาย

27. บรัสเซลส์ (Brussel) เบลเยียม (Belgium)

บรัสเซลส์ (Brussel) เบลเยียม (Belgium)
บรัสเซลส์ (Brussel) เบลเยียม (Belgium)

เมืองหลวงขนาดเล็กของเบลเยียม และเป็นเมืองศูนย์กลางของยุโรป ที่มีความสวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย คือ จัตุรัสกรองด์ปลาซ จัตุรัสเพลสเดอเเกรนด์ซาบอน อาคารศาลาว่าการกรุงบรัสเซลส์  มหาวิหารเซนต์ไมเคิล โบสถ์จัคเซอร์คอร์เดนเบิร์ก รูปปั้นแมนิเกนพีส เมาท์เดสอาร์ตหรือเนินเขาแห่งศิลปะ สวนจูบิลี่ อาคารอะโตเมียม มินิยุโรป พิพิธภัณฑ์เมืองบรัสเซลส์ พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต  พิพิธภัณฑ์การ์ตูนเบลเยียม รวมถึงแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังอย่างย่านบูเลอวาร์ด และศูนย์การค้าแกลเลอรีรอยัลแซงอูแบร์ 

28. ควีนส์ทาวน์ (Queenstown) นิวซีแลนด์ (Newzealand)

ควีนส์ทาวน์ (Queenstown) นิวซีแลนด์ (Newzealand)
ควีนส์ทาวน์ (Queenstown) นิวซีแลนด์ (Newzealand)

เมืองรีสอร์ทที่เต็มไปด้วยเทือกเขาบนเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ เป็นเมืองที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งภูเขาสูงปกคลุมด้วยหิมะและทะเลสาบน้ำสีฟ้าใส มีบรรยากาศแสนคึกคัก มีกิจกรรมทุกรูปแบบให้สนุกได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อนหรือฤดูหนาว ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า ปืนเขา ล่องแพ พายเรือคายัค ตกปลาเทราต์ ขี่จักรยานภูเขา เล่นสกี นั่งกระเช้าลอยฟ้ากอนโดล่า เล่นชิงช้า “เนวิสสวิง” ที่ใหญ่ที่สุดในโลก กระโดดบันจี้จัมพ์ กระโดดร่ม ล่องเรือสปีดโบ้ทในแม่น้ำ เล่นรถเลื่อนลูจ เล่นซิปไลน์ ช่วงฤดูหนาวเป็นไฮซีซันของที่นี่ ที่พักต่าง ๆ จะถูกจองไว้ล่วงหน้าทั้งสิ้น  

29. โกลด์โคสต์ (Gold Coast) ออสเตรเลีย (Australia)

โกลด์โคสต์ (Gold Coast) ออสเตรเลีย (Australia)
โกลด์โคสต์ (Gold Coast) ออสเตรเลีย (Australia)

เมืองชายฝั่งในรัฐควีนแลนด์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องชายหาดทั้งยาวและสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นับเป็นสวรรค์ของคนรักทะเลอย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อย่างเช่น เซอเฟอร์พาราไดส์ ดรีมเวิลด์ ศูนย์การค้าแปซิฟิกแฟร์  ฟิชเชอร์แมนส์วอร์ฟทาเวิร์น ตึกสกายพอยต์ออบเซอร์เวชั่นเดค อุทยานแห่งชาติเบอร์ลีห์เฮด สวนสาธารณะคูร์ราวา วอร์เนอร์บราเธอร์มูฟวี่เวิลด์ ส่วนกิจกรรมยอดนิยมของที่นี่ ได้แก่ นั่งเรือชมวาฬหลังค่อม ดำน้ำตื้นที่เกาะมอร์ตัน กระโดดร่มที่ไบรอนเบย์สกายไดฟ์วิง และนั่งบอลลูนชมพระอาทิตย์ตกดิน 

30. ฮูสตัน (Houston) อเมริกา (America)

ฮูสตัน (Houston) อเมริกา (America)
ฮูสตัน (Houston) อเมริกา (America)

เมืองท่าที่มีความสำคัญเเละใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก ตั้งอยู่บนที่ราบชายฝั่ง ห่างจากชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกประมาณ 48 กิโลเมตร เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อาทิ ศูนย์​อวกาศ​ฮูสตัน​ พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ฮูสตัน สวน​สัตว์​ฮูสตัน ดาวน์ทาวน์อควาเรียม สวนสาธารณะดิสคัฟเวอรี่กรีน ย่านมอนโทรส เดอะแกลเลอเรีย สวนสนุกมูดดี้การ์เดนส์ และอนุสาวรีย์ซานฮาซินโต ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอคอยอนุสาวรีย์ที่สูงที่สุดในโลก และเรือรบเท็กซัส เรือรบลำสุดท้ายที่ร่วมรบในสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง

ในชีวิตของนักเดินทางท่องเที่ยว การได้ไปเยือนเมืองในฝัน ที่แสนสวยงามและมีเสน่ห์ดึงดูดใจ เป็นสุดยอดแห่งความปรารถนา ประมาณว่า “ครั้งหนึ่งในชีวิต” เลยทีเดียว เลือกหาจุดปักหมุดที่หมายปองให้ได้ แล้วอย่าลืมจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมที่พักให้พร้อม เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในต่างแดนอันแสนประทับใจไม่รู้ลืม

Tags: America, Amsterdam, Australia, Austria, Barcelona, Belgium, Bled, Brussel, Bucharest, Burma, Canada, Cappadocia, Cebu, Cemoro, China, Cotswolds, Czech, Da Nang, England, Fira, France, Gold Coast, Greece, Houston, Indonisia, Interlaken, Israel, Italy, japan, Kiev, Lijiang, Maldives, Male, Moscow, Myanmar, Netherlands, Newzealand, Norway, Paris, Philippines, Porto, Portugal, Prague, Queenstown, Reine, Romania, Rome, Russia, Shirakawago, Slovania, Spian, Switzerland, Tanzania, Tel Aviv, Traveloka, Turkey, Ukraine, Vienna, Vietnam, Yellowknife, Zanzibar, กรีซ, ครั้งหนึ่งในชีวิต, ควีนส์ทาวน์, คอทส์โวลด์ส, คัปปาโดเกีย, จองตั๋วเครื่องบิน, จีน, ชิราคาวาโกะ, ญี่ปุ่น, ดานัง, ตุรกี, นอรเวย์, นิวซีแลนด์, บรัสเซลส์, บาร์เซโลนา, บูคาเรสต์, ปราก, ปอร์โต, ปารีส, ฝรั่งเศส, พุกาม, ฟิรา, ฟิลิปปินส์, มอสโก, มัลดีฟส์, มาเล่, ยูเครน, รัสเซีย, ลี่เจียง, สวิตเซอร์แลนด์, สเปน, สโลเวเนีย, ออสเตรีย, ออสเตรเลีย, อังกฤษ, อัมสเตอร์ดัม, อิตาลี, อินเตอร์ลาเคน, อินโดนิเซีย, อิสราเอล, อเมริกา, ฮูสตัน, เคียฟ, เช็ก, เซบู, เซโมโร, เทลอาวีฟ, เนเธอร์แลนด์, เบลด, เบลเยียม, เมียนมาร์, เมืองสวยทั่วโลก, เยลโลไนฟ์, เวียดนาม, เวียนนา, แคนาดา, แซนซิบาร์, แทนซาเนีย, โกลด์โคสต์, โปรตุเกส, โรงแรมที่พัก, โรม, โรมาเนีย, ไรเนอ Categories: Uncategorized
share TWEET PIN IT SHARE
Related Posts