xxx filme porno xxx
Georgia

พาไปส่อง 20 ลิสต์ที่เที่ยวสุดอลังในจอร์เจีย

February 10, 2022 1594 0 0

จอร์เจีย (Georgia) ประเทศเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนจุดตัดระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย ทางทิศตะวันออกของทะเลดำ (Black Sea) เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี ในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต โอบล้อมด้วยประเทศรัสเซีย (Russia) ตุรกี (Turkey) อาร์มีเนีย (Armenia) และอาเซอร์ไบจาน (Azerbaijan) มีเทือกเขาคอเคซัส (Caucasus Mountains) พาดผ่าน เกิดเป็นทัศนียภาพอันงดงาม มีวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่สวยงามอันเปี่ยมเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ ดังสมญา “ไข่มุกแห่งคอเคซัส” (Pearl of the Caucasus)

ใครอยากไปสัมผัสบรรยากาศยุโรปแบบไม่ต้องขอวีซ่า เเถมยังอยู่ได้ถึง 365 วัน อย่ามองข้ามประเทศเล็กๆ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวครบๆ มาดูกันว่า “20 ลิสต์ที่เที่ยวสุดอลังในจอร์เจีย” มีอะไรบ้าง 

 

จองตั๋วเครื่องบินไปจอร์เจีย กับTraveloka > https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-georgia

1. เทือกเขาคอเคซัส (Caucasus Mountains)

Caucasus Mountains
Caucasus Mountains

“คอเคซัล” เป็นเทือกเขาสูงในยุโรป  ซึ่งเป็นที่ตั้งของยอดเขาแอลบรุส (Mount Elbrus) สูง 5,621 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป เทือกเขาคอเคซัลนับเป็นปราการแบ่งทวีปยุโรปและเอเชีย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ เทือกเขาคอเคซัสใหญ่ และเทือกเขาคอเคซัสน้อย และเป็นที่ตั้งของกลุ่มประเทศที่อยู่ใน 2 ทวีป ที่เรียกว่า “ทรานส์คอเคเซีย” ได้แก่ จอร์เจีย อาร์เมเนีย และอาเซอร์ไบจาน อีกหนึ่งภูเขาชื่อดังบนเทือกเขาคอเคซัสคือ “ยอดเขาคาสเบก” (Mt.Kazbek)  ที่สามารถขึ้นไปชมวิวได้สุดลูกหูลูกตา ใครอยากเห็นเทือกเขาคอเคซีลขาวโพลนไปด้วยหิมะ แนะนำให้มาช่วงฤดูหนาว ราวเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่หนาวสุดๆ ของจอร์เจีย อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -3 ถึง 8 องศาเซลเซียส 

2. โบสถ์เกอเกติ (Gergeti Trinity Church)

Gergeti Trinity Church
Gergeti Trinity Church

โบสถ์กลางหุบเขา ที่มีชื่อเรียกในภาษาจอร์เจียนว่า “โบสถ์สมินดาซาเมบา” (Tsminda Sameba Cathedral) เป็นโบสถ์คริสต์นิกายจอร์เจียนออร์โธด็อกซ์ สร้างสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14 ตั้งอยู่ในเมืองคาสเบกิ ริมฝั่งขวาของแม่น้ำเชเครี (Chkheri) บนยอดเขาคาสเบก (Mt.Kazbek) หนึ่งในภูเขาบนเทือกเขาคอเคซัส ที่มีความสูงถึง 2,170 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตัวโบสถ์สร้่างด้วยหินแกรนิตขนาดใหญ่ ช่องประตูและหน้าต่างโค้งได้สัดส่วนสวยงาม ได้รับการขนาน​นามว่าเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่อย่างสวยงามและโดดเด่น บนเนินเขาที่ล้อมรอบไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี  นับเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ประเทศจอร์เจีย

3. เมืองทบิลิซี (Tbilisi)

Tbilisi
Tbilisi

“ทบิลิซี” เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย ภายในเขตเมืองเก่า (Old Town Tbilisi) มีอาคารบ้านเรือนสีสันสดใส ท่ามกลางตึกเก่าที่งามวิจิตรดังในเมืองเทพนิยาย  มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น โบสถ์เมเตคี (Metekhi Cathedral) โบสถ์ออร์​โธด็อกซ์ที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ “ป้อมนาริกาลา” (Narikala Fortress) ป้อมปราการโบราณบนเนินเขา “จัตุรัสอิสรภาพ” (Freedom Square) จตุรัสใจกลางเมืองที่มีร้านอาหาร บาร์และคาเฟ่ให้นั่งชิล และมีร้านขายของที่ระลึกเก๋ๆ บรรยากาศราวกับหลุดไปในโลกยุคกลางเลยทีเดียว กิจกรรมห้ามพลาดที่เมืองแห่งนี้คือนั่งเรือล่องไปตามแม่น้ำ ตีตั๋วดูละครโอเปร่า นั่งรถรางขึ้นไปที่ “สวนสนุกมทัตสมินดา” (Mtatsminda Park) ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของทบิลิซี 

4. มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ของทบิลิซี (Holy Trinity Cathedral of Tbilisi)

Holy Trinity Cathedral of Tbilisi
Holy Trinity Cathedral of Tbilisi

มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งทบิลิซี มีความหมายว่า โบสถ์พระตรีเอกานุภาพศักดิ์สิทธิ์แห่งกรุงทบิลิซี คนท้องถิ่นเรียก “มหาวิหารซมินดาซามีบา” (Tsminda Sameba Cathedral) ตั้งอยู่บนเนินเขา “อีเลีย” (Elia Hill)

ก่อสร้างขึ้นระหว่างปี 1995 -2004 เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่โดดเด่นมองเห็นได้แต่ไกล หลังคาโบสถ์เป็นโดมสีทอง รูปแบบทางศิลปะจากไบแซนไทน์  ถูกจัดให้เป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในแถบอ่าวเปอร์เซีย และถือเป็นโบสถ์ออร์ทอดอกซ์ที่มีความสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวมุมสูงของเมือง รวมทั้งขมพระอาทิตย์ตกในบรรยากาศเมืองเก่าในเทพนิยาย 

5. โรงอาบน้ำพุร้อน (Sulphur Bath)

Sulphur Bath
Sulphur Bath

ทบิลิซีเป็นเมืองที่มีบ่อน้ำพุร้อนเป็นจำนวนมาก บริเวณด้านเหนือของย่านเมืองเก่า จึงมีโรงอาบน้ำพุร้อนเก่าแก่หลายร้อยปีที่ยังเปิดบริการ ชาวจอร์เจียเรียกโรงอาบน้ำว่า “อะบาโนตูบานี” (Abanotubani)  ลักษณะคล้ายๆ กับบ่อออนเซ็นของชาวญี่ปุ่น ผสมรวมกับการอาบน้ำแบบตุรกี มีจุดเด่นเป็นหลังคาโดมติดๆ กัน โดยมีบ้านเรือนสไตล์จอร์เจียสุดเก๋เป็นฉากหลัง มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้กัดชัตเตอร์รัวๆ โดยโรงอาบน้ำที่เก่าแก่ที่สุดคือ “โรงอาบน้ำหมายเลข 5” (Bathhouse #5) ส่วนโรงอาบน้ำที่อยู่ติดกันคือ “โรงอาบน้ำของราชวงศ์” (Royal Bath) ที่เคยใช้เป็นโรงอาบน้ำของกษัตริย์ในอดีต ส่วน “โรงอาบน้ำออร์เบลิอานี” (Orbeliani Baths) สวยงามหรูหราด้วยสถาปัตยกรรมแนวตะวันออกกลาง 

6. โรงละครเรโซกาเบรียลเซ (Rezo Gabriadze Theatre)

Rezo Gabriadze Theatre
Rezo Gabriadze Theatre

โรงละครหุ่นเชิดแห่งแรกของเมืองทบิลิซี ที่ตั้งขึ้นเมื่อปี 1981 โดย “เรโซ กาเบรียลเซ” (Revaz Rezo Gabriadze) ศิลปินชื่อดังของจอร์เจีย ผู้มีสมญานามว่า “สมบัติประจำชาติของจอร์เจีย” จุดเด่นของโรงละครแห่งนี้อยู่ที่รูปแบบสถาปัตยกรรมที่แปลกแหวกแนว โดยเฉพาะหอนาฬิกาที่ออกแบบแปลกไม่ซ้ำใคร ซึ่งเป็นที่ตั้งของจุดจำหน่ายตั๋ว ที่รู้จักกันในชื่อ “หอนาฬิกาบิดเบี้ยว” (Clock Tower)  โดยทุกๆ ชั่วโมง เมื่อเข็มนาทีเลื่อนไปชี้ที่เลขโรมัน XII (12) รูปปั้นนางฟ้าที่อยู่ชั้นบนสุดของหอนาฬิกาจะเปิดประตูออกมาทักทายผู้คนที่ระเบียง ก่อนจะใช้ค้อนคู่ใจตีระฆังดังเหง่งหง่างบอกเวลา ราวกับอยู่ในโลกเทพนิยายเลยทีเดียว

7. สวนไรค์ (Rike Park)

Rike Park
Rike Park

สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองทบิลิซิ บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำมิทควาริ (Mtkvari River)  นอกจากความสดชื่นของต้นไม้ที่ได้รับการตกแต่งดูแลอย่างสวยงามแล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวโดยรอบของเมือง มีลานน้ำพุ คาเฟ่สุดชิล และมีสถานีเคเบิลคาร์ พาขึ้นไปชมวิวแบบพาโนรามาของเมืองทบิลิชิได้ที่ป้อมปราการนาริกาลา (Narikala) โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 12.00 – 24.00 น. ที่นี่ยังมีสถาปัตยกรรมหน้าตาล้ำสมัยให้ถ่ายรูปหลายจุด ที่โดดเด่นที่สุดคือ ฮอลล์จัดแสดงคอนเสิร์ตหน้าตาโมเดิร์นที่ชื่อว่า “ไรค์คอนเสิร์ทฮอล” (Rike Concert Hall) ที่สามารถจุได้กว่า 560 ที่นั่ง ออกแบบโดย Studio Fuksas บริษัทสถาปนิกสัญชาติอิตาลี 

8. สะพานแห่งสันติภาพ (The Bridge of Peace)

The Bridge of Peace
The Bridge of Peace

เป็นสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำคูรา (Kura River) ความยาว 150 เมตร เพื่อเชื่อมระหว่างตัวเมืองเก่าและตัวเมืองใหม่ของทบิลิซี ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลืยน “มิเชล เดอ ลุจจิ” (Michele De Lucchi) เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี 2010 โครงสร้างหลักของสะพานนี้ทำมาจากเหล็กและกระจกใส ที่มีด้านบนโค้งราวกันคันศรธนู ประดับไฟ LED นับพันดวงบริเวณหลังคา ได้รับการยกย่องว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่มีความสวยงามชิ้นหนึ่งของจอร์เจีย โดยมีการแสดงแสงสีที่สวยงามเป็นเวลา 90 นาที ก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าให้ตื่นตาตื่นใจอีกด้วย

9. อนุสาวรีย์พระแม่แห่งจอร์เจีย (Mother of Georgia)

Mother of Georgia
Mother of Georgia

สัญลักษณ์ประจำเมืองทบิลิซิ มีอีกชื่อหนึ่งว่า “Kartlis Deda” สร้างขึ้นในปี 1958 เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่กรุงทบิลิซีมีอายุครบ 1,500 ปี ตั้งอยู่บนยอดเขาโซโลลากิ (Solo Laki Hill) เป็นประติมากรรมทำจากอลูมิเนียม สูง 20 เมตร เป็นรูปปั้นของสตรีในชุดพื้นเมือง มือขวาถือดาบ ส่วนมือซ้ายถือแก้วไวน์ แสดงถึงการต้อนรับผู้มาเยือนที่เป็นมิตรด้วยเครื่องดื่มเก่าแก่ของประเทศ แต่ถ้าหากมาเยือนหมายที่จะเป็นศัตรู ดาบในมือก็พร้อมที่จะปกป้องไม่ให้ใครมารุกราน นับเป็นสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณและนิสัยของชาวจอร์เจียได้เป็นอย่างดี

10. อนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์จอร์เจีย (The Chronicle of Georgia)

The Chronicle of Georgia
The Chronicle of Georgia

อนุสาวรีย์รูปทรงแปลกตาแห่งเมืองทบิลิซิ ก่อสร้างเมื่อปี 1985 โดย ” Zurab Tsereteli” สถาปนิกชื่อดัง มีลักษณะเป็นแท่งหินสีดําขนาดใหญ่ แกะสลักเป็นรูปต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวของประเทศจอร์เจียผ่านเสาหิน 16 ต้น แต่ละต้นสูง 35 เมตร มีขนาดใหญ่มากกว่า 10 คนโอบ โดยเสาแต่ละต้นจะบอกเล่าเรื่องราวออกเป็น 3 ส่วน ส่วนล่างสุดเกี่ยวกับพระคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ ส่วนกลางเกี่ยวกับเรื่องของข้าราชการชนชั้นสูงของจอร์เจีย และส่วนบนเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญของประเทศ  อนุสรณ์สถานแห่งนี้ยังเป็นจุดชมวิวมุมสูงที่สามารถเห็นวิวเมืองทบิลิซีและทะเลสาบทบิลิซีที่สวยงามอีกด้วย

11. พิพิธภัณฑ์โจเซฟสตาลิน (Joseph Stalin Museum)

Joseph Stalin Museum
Joseph Stalin Museum

สถานที่รวบรวมเรื่องราวของผู้นำลัทธิคอมมิวนิสต์  “โจเซฟ สตาลิน” (Joseph Stalin) ตั้งอยู่ที่เมืองโกรี (Gori) ซึ่งเป็นเมืองที่สตาลินเกิด พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวชีวประวัติและสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ของสตาลิน โดยแบ่งโซนจัดแสดงเป็นห้องๆ รวมไปถึงบ้านหลังจริงที่สตาลินเกิดและใช้ชีวิตในวัยเด็ก และขบวนรถไฟสีเขียวของสตาลิน ที่ดั้งเดิมเป็นของซาร์นิโคลัสที่ 2 จักรพรรดิองค์สุดท้ายของจักรวรรดิรัสเซีย โดยสตาลินเป็นผู้นำรถไฟรุ่นนี้เข้ามาใช้ในโซเวียตครั้งแรก อีกทั้งยังมีการสร้างอาคารต่างๆ ให้คล้ายสถานที่เกิดของสตาลินอีกด้วย

12. พระราชวังกษัตริย์จอร์เจียอีเรเคิลที่ 2 (Palace of King of Georgia Erekle II)

Palace of King of Georgia Erekle II
Palace of King of Georgia Erekle II

เป็นพระราชวังและป้อมปราการในยุคกลาง ที่ได้รับการดูแลรักษาไว้ดีที่สุดของจอร์เจีย ตั้งอยู่ที่เมืองเธลาวี (Telavi) สร้างโดยกษัตริย์อาร์ชิล (King Archil) ระหว่างปี 1667-1675 เป็นศูนย์กลางการปกครองอาณาจักรคาเคติระหว่างศตวรรษที่ 17-18 และได้รับการขยายเพิ่มเติมโดยกษัตริย์อีเรเคิลที่ 2 จนได้รับสมญานามว่า “เมืองคาเคเทียนน้อย” (The Little Kakhetian) ปัจจุบันปรับให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของราชสำนักในสมัยกษัตริย์อีเรเคิลที่ 2 ทั้งห้องพระบรรทม พระราชฐานส่วนใน บัลลังก์ และศาสตราวุธ

13. มหาวิหารจวารี (Jvari Monastry)

Jvari Monastry
Jvari Monastry

อารามแห่งไม้กางเขนอันศักดิ์สิทธิ์ของศานาคริสต์นิกายออโธด๊อก ที่ชาวจอร์เจียนับถือสูงสุด สร้างขึ้นเมื่อคริสตวรรษที่ 6 ที่เมืองมิชเคทา (Mtskheta) เมืองหลวงเก่าของจอร์เจีย ซึ่งเป็นจุดตัดของแม่น้ำอักราวิ (​Aragvi) และแม่น้ำมิกวาริ (Mtkvari)

ภายในโบสถ์มีไม้กางเขนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางโถง มีตำนานเล่าขานว่า “นักบุญนีโน” (Saint Nino) แห่งคัปปาโดเกีย ได้นำไม้กางเขนนี้เข้ามา พร้อมเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในจอร์เจียเป็นครั้งแรกในช่วงต้นศตวรรษที่ 4 เล่ากันว่าขณะที่นักบุญนีโนปักไม้กางเขนลงบนพื้นดิน ได้เกิดเหตุการณ์ปาฎิหาริย์ และทำให้กษัตริย์และชาวเมืองหันมานับถือคริสต์ศาสนาอย่างจริงจัง 

14. วิหารสเวติสเคอเวรี (Svetitkhoveli Cathedral)

Svetitkhoveli Cathedral
Svetitkhoveli Cathedral

วิหารสเวติสเคอเวรี เป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ตั้งอยู่ที่เมืองมิชเคทา  สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 11 โดยสถาปนิกชาวจอร์เจียชื่อ Arsukisdze  นับป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของจอร์เจีย ที่ทำให้ชาวจอร์เจียเปลี่ยนความเชื่อ และหันมานับถือศาสนาคริสต์ อีกทั้งยังทำให้ศาสนาคริสต์มาเป็นศาสนาประจำชาติของจอร์เจีย ถือเป็นสิ่งก่อสร้างยุคโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย และเป็นอาคารโบสถ์ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในจอร์เจีย รองจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ของทบิลิซี (Holy Trinity Cathedral) ภายในมีภาพเขียนสีเฟรสโก้อย่างงดงาม วิหารแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย

15. เมืองอุพลิสชิเค (Uplistsikhe)

Uplistsikhe
Uplistsikhe

เมืองถ้ำเก่าแก่ของจอร์เจียที่มีมาตั้งแต่ยุคหิน อดีตศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรม และยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมที่เชื่อมต่ออาณาจักรไบแซนไทน์กับอินเดียและจีน เป็นหินผาขนาดใหญ่ที่ถูกสกัดเป็นช่องห้องโถงมากมาย  ภายนอกมีบันไดและถนนหิน เป็นส่วนเชื่อมต่อแต่ละถ้ำ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร นครถํ้าแห่งนี้มีการผสมผสานศิลปะการตัดหินที่โดดเด่น คล้ายกับเมืองคัปปาโดเกียในตุรกี มีการอยู่อาศัยกันจนเป็นชุมชนใหญ่ มีทั้งที่พักอาศัย ร้านค้า โบสถ์และคุก รอบๆ เมืองยังมีวิวเทือกเขา และแม่น้ำมิกวาริที่สวยงาม นอกจากนี้ภายในนครถ้ำยังมีพิพิธภัณฑ์ให้เยี่ยมชมอีกด้วย 

16. หมู่บ้านจูทา (Juta Village)

Juta Village
Juta Village

หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาในเทือกเขาคอเคซัส ทางตอนเหนือของเมืองทบิลิซี ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 2,000 เมตร อากาศเย็นสบาย  บรรยากาศเงียบสงบท่ามกลางหุบเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ที่มีวิวทุ่งหญ้าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา จึงทำให้เป็นหมู่บ้านที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นสถานที่ยอดฮิตสำหรับนักปีนเขาและนักเดินป่าทั่วโลก เนื่องจากมีเส้นทางสำรวจธรรมชาติหลายทาง ทั้งระยะสั้น ๆ ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม. หรือเส้นทางระยะไกลที่ใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน  มีที่พักทั้งแบบกางเต็นท์ และแบบพักเกสต์เฮาต์ เป็นกระท่อมหลังเล็กๆ กลางหุบเขา

17. อนุสรณ์สถานรัสเซียจอร์เจีย (Russia–Georgia Friendship Monument)

Russia–Georgia Friendship Monument
Russia–Georgia Friendship Monument

เป็นอนุสรณ์หินคอนกรีตทรงกลมขนาดใหญ่ บนชะง่อนผาของเมืองสกีรีสอร์ตที่ชื่อ “กุดาอุรี (Gudauri) ระหว่างทางบนถนน Georgian Military Highway) ที่เชื่อมต่อจอร์เจียกับรัสเซียเข้าไว้ด้วยกัน สร้างขึ้นในปี 1983 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 200 ปี ของสนธิสัญญา Georgievsk ด้านในประดับกระเบื้องสี เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ของทั้ง 2 ชาติ ร่วมด้วยบทกลอนของกวีชื่อดังชาวจอร์เจีย “โชตา รุสตาเวลี” (Shota Rustaveli) มีใจความว่า “I give my heart. You give your heart.” เป็นจุดชมวิวยอดนิยม สามารถมองเห็นวิวเขาสวยๆ รวมถึงหุบเขาปีศาจ (Devil’s Valley) ได้อีกด้วย

18. เมืองบอร์โจมิ (Borjomi)

Borjomi
Borjomi

เมืองตากอากาศเล็กๆ อันแสนเงียบสงบ ท่ามกลางหุบเขาคอเคซัส ทางตอนใต้ของจอร์เจีย มีประชากรอาศัยอยู่ไม่ถึง 15,000 คน พื้นที่รอบเมืองถูกห้อมล้อมด้วยป่าไม้อันเขียวขจี และแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ มีชื่อเสียงระดัับโลกในเรื่องน้ำแร่ โดยมีการบรรจุธารน้าแร่บริสุทธิ์ที่ไหลรินจากยอดเขาบาคุเรียนี (Bakuriani Mountain) และส่งออกไปขายกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ชาวเมืองเชื่อกันว่าจะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงและสามารถรักษาโรคร้ายได้

ภายในเมืองมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียหลายแห่ง ได้แก่ พระราชวังโรมานอฟ (Romanov Palace) และป้อมปราการเก่าแก่อย่าง “ป้อมปราการโกเกีย“ (Gogia Fortress) และสวนบอร์โจมิ (Borjomi Park) แถมยังมีเคเบิลคาร์ให้นั่งชมวิวอันน่าตื่นตาตื่นใจ

19. เมืองบาทูมิ (Batumi)

Batumi
Batumi

เมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของจอร์เจีย ตัวเมืองตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลดำ (Black Sea) บริเวณเชิงเขาคอเคซัส ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจอร์เจีย ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสีสันยามราตรี และเป็นเมืองที่ทันสมัยมากที่สุดในจอร์เจีย แต่ภายในเมืองก็มีการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมและสมัยใหม่ไว้อย่างลงตัว ท่ามกลางตึกสูงระฟ้าก็มีอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมยุโรปยุคเก่าให้ได้เห็นกันอยู่ สถานที่เที่ยวหลักๆ ของเมืองได้แก่ ป้อมปราการโกนิโอ (Gonio Fortress) ป้อมที่เก่าแก่ที่สุดในจอร์เจีย ยุโรปสแควร์ (Europe Square) อาคารหอดูดาว (Astronomical Clock) จุดถ่ายรูปห้ามพลาดคือ ประติมากรรม “อาลีและนีโน่” (Ali and Nino) อนุสาวรีย์คู่รักหญิงชาย ที่สร้างจากเหล็กและพลาสติก สูง 8 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายหาดทะเลดำ

20. เมืองเมสเตีย (Mestia)

Mestia
Mestia

เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเทือกเขาคอเคซัสทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ล้อมรอบด้วยยอดเขาขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยหิมะของเทือกเขาคอเคซัส ที่ความสูง 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นับเป็นหมู่บ้านที่สูงที่สุดและโดดเดี่ยวที่สุดในเทือกเขาคอเคซัส เอกลักษณ์โดดเด่นของเมืองนี้ คือมีบ้านเรือนเก่าแก่ ในช่วงยุคกลางที่ยังได้รับการรักษาไว้จนถึงปัจจุบัน โดยบ้านทุกหลังจะมีหอคอยโบราณ อัญมณีและสิ่งประดิษฐ์ทางศาสนา ถูกนำมาที่หอคอย เพื่อรักษาความปลอดภัยจากผู้รุกราน แม้จะเป็นเมืองเล็กแต่วิวหลักล้าน ตลอดสองข้างทางลัดเลาะขึ้นเขา มีเส้นทางเดินเขาชมป่าสนที่เต็มไปด้วยสีสัน และวิวของเทือกเขาคอเคซัส ที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี นับเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของผู้ต้องการมาเล่นสกีในฤดูหนาว

จอร์เจีย ประเทศสุดขอบเอเซีย ไม่เพียงค่าครองชีพถูก ไม่ต้องมีวีซ่าก็เที่ยวได้นานนับปี ที่สำคัญยังสามารถไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องกักตัว สำหรับผู้ที่มีหลักฐาน และใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19 เที่ยวได้ชิลสุดๆ ไปเลย

Tags: Batumi, Borjomi, Caucasus Mountains, Georgia, Gergeti Trinity Church, Holy Trinity Cathedral of Tbilisi, Joseph Stalin Museum, Juta Village, Jvari Monastry, Mestia, Palace of King of Georgia Erekle II, Pearl of the Caucasus, Rezo Gabriadze Theatre, Rike Park, Russia–Georgia Friendship Monument, Sulphur Bath, Svetitkhoveli Cathedral, Tbilisi, The Bridge of Peace, The Chronicle of Georgia, Traveloka, Uplistsikhe, จองตั๋วกับ Traveloka, จอร์เจีย, พระราชวังกษัตริย์จอร์เจียอีเรเคิลที่ 2, พิพิธภัณฑ์โจเซฟสตาลิน, มหาวิหารจวารี, มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ของทบิลิซี, วิหารสเวติสเคอเวรี, สวนไรค์, สะพานแห่งสันติภาพ, หมู่บ้านจูทา, อนุสรณ์สถานรัสเซีย-จอร์เจีย, อนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์จอร์เจีย, อนุสาวรีย์พระแม่แห่งจอร์เจีย, เที่ยวจอร์เจีย, เทือกเขาคอเคซัส, เมืองทบิลิซี, เมืองบอร์โจมิ, เมืองเมสเตีย, โบสถ์เกอเกติ, โรงละครเรโซกาเบรียลเซ, โรงอาบน้ำพุร้อน, ไข่มุกแห่งคอเคซัส, ไปจอร์เจีย Categories: Around The World, Georgia
share TWEET PIN IT SHARE
Related Posts