xxx filme porno xxx
Berlin

15 ปราสาท และพระราชวังทั่วเยอรมนี ต้องเก็บไว้ในเช็คลิสต์

December 13, 2021 1887 0 0

นักเดินทางที่อยากไปเที่ยวต่างประเทศในช่วงนี้ ก็จองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวกันได้แล้ว เพราะมีหลายประเทศเปิดรับคนไทย แถมกลับเข้ามายังไม่ต้องกักตัว แต่ทว่าจะต้องทำตามเงื่อนไข และเตรียมเอกสารให้พร้อม ใครที่เล็งจะจองตั๋วเครื่องบินไปเยอรมนี ก่อนอื่นเลยไปเช็คมาตรการสนามบินกันก่อน คลิกที่นี่

ซึ่งเยอรมนี (Germany) เป็นประเทศที่มีปราสาทพระราชวังที่สวยงามน่าไปเยือนมากมายหลายแห่ง อีกทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดของปราสาทในเทพนิยายอันแสนคุ้นตา เรียกได้ว่ามีพระราชวังที่สร้างในหลายยุคหลายสมัยให้เที่ยวได้ไม่รู้เบื่อ และหลากหลายทำเลที่ตั้ง ทั้งตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา โดดเด่นเป็นสง่าอยู่ริมหน้าผา บนเกาะ และริมแม่น้ำ ซึ่งต่อไปนี้เป็นจะเป็นลิสต์ “15 ปราสาท และพระราชวังทั่วเยอรมนี ต้องเก็บไว้ในเช็คลิสต์” ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันน่าหลงใหล และงานศิลปะในการตกแต่งภายในที่น่าสนใจ ที่น่าถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของโปรแกรมเที่ยวของคุณ

จองตั๋วเครื่องบินไปเบอร์ลิน กับTraveloka > https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Berlin.TXL

1. ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle)

Neuschwanstein Castle
Neuschwanstein Castle

ปราสาทนอยชวานสไตน์ เป็นปราสาทที่งดงามมากแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ (Alpes) ในเมืองฟุสเซน (Fussen) ปราสาทหลังนี้เกิดขึ้นจากดำริของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 (King Ludwig II) แห่งบาวาเรีย (Bavaria) ซึ่งมีพระชนม์ชีพอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1845-1886 ปราสาทแห่งนี้เป็นต้นแบบปราสาทในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ด้วยความโดดเด่นในรูปแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูกอธิคผสมยุคกลาง และสถานที่ตั้งอันน่าทึ่ง โดยตั้งบนหินผาขนาดใหญ่สูงกว่า 200 เมตร เหนือออบแก่งของแม่น้ำพอลลัท (Pollut River) นอกจากนี้ยังมีแวดล้อมด้วยธรรมชาติและทิวทัศน์ของป่าเขาลำเนาไพรที่สวยงาม และมีสีสันแปรเปลี่ยนแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล เมื่อมองจากสะพานมาเรียนที่ทอดข้ามสายน้ำเชี่ยวกรากในลำธารเบื้องล่าง การทางขึ้นสู่ตัวปราสาทมีทั้งเดินเท้า นั่งรถม้า หรือรถบัส เป็นอะไรที่คลาสสิกมาก

2. ปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle)

Heidelberg Castle
Heidelberg Castle

ปราสาทไฮเดลเบิร์ก ตั้งตระหง่านอยู่บนเชิงเขาในย่านเมืองเก่าของกรุงไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) สร้างจากหินทรายแดงสถาปัตยกรรมแบบโกธิกเรอเนสซองซ์ ทัศนียภาพจากด้านบนปราสาทจะเห็นเมืองด้านล่าง และแม่น้ำเนคคาร์ (Neckar River) ด้านบนภายในปราสาทมีถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูงถึง 7 เมตร กว้าง 8 เมตร และเก็บไวน์ได้ถึง 220,000 ลิตร เอาไว้เก็บภาษีไวน์ที่ได้มาจากชาวบ้าน นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์เภสัชวิทยา จัดแสดงยาต่างๆ และมีการค้นพบยาแอสไพริน ยาลดไข้ครั้งแรกของโลก ที่นี่เคยเสียหายจากการถูกฟ้าผ่า และถูกเผาทำลายเมื่อในสมัยสงคราม ถึงแม้จะเหลือแค่เพียงซากปรักหักพัง แต่ก็ยังคงความสวยงามอยู่ เป็นจุดถ่ายภาพสุดประทับใจที่ห้ามพลาดเลยทีเดียว

3. พระราชวังนิมเฟนบูร์ก (Nymphenburg Palace)

Nymphenburg Palace
Nymphenburg Palace

พระราชวังนิมเฟนบูร์ก เป็นพระราชวังที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองมิวนิค (Munich) มีสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรกที่งดงามและยิ่งใหญ่อลังการ  ส่วนสวนนั้นก็มีความโดดเด่นด้วยน้ำพุเเละคลองที่มีความสวยงามอย่างมาก ก่อนที่ในศตวรรษที่ 19 จะเปลี่ยนมาเป็นในเเบบคลาสสิกที่สวยงามไม่เเพ้กัน ภายในของพระราชวังนั้นโดดเด่นดัวยภาพวาดที่สวยงามบริเวณเเกรนด์ฮอลล์   เป็นภาพเขียนรูปหญิงงามของเมืองมิวนิคจำนวน 36 ภาพ ที่ต่างมีที่มาที่ไปที่เเตกต่างกัน  ส่วนทางด้านของห้องบรรทมของพระราชินี จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อย่างครบถ้วน เเละจุดไฮไลท์ของที่นี่ก็คือพิพิธภัณฑ์รถม้า ที่มีรถม้า รถเลื่อน เเละรถลาก อย่างมากมาย โดยเป็นของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 (Ludwig II) นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับรถม้าเเห่งเดียวของเยอรมัน

4. พระราชวังชาร์ลอตเทินบวร์ก (Charlottenburg Palace)

Charlottenburg Palace
Charlottenburg Palace

พระราชวังชาร์ลอตเทินบวร์ก เป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเบอร์ลิน (Berlin) และใหญ่ที่สุดในยุโรป พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับช่วงฤดูร้อนของพระราชินีชาล็อตต์ (Princess Charlotte) แห่งปรัสเซีย โดยเริ่มต้นก่อสร้างในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยมีการออกเเบบเเละก่อสร้างในเเบบสถาปัตยกรรมบาโรกที่ผสมผสานกับโรโคโคอย่างลงตัว ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึงเกือบ 200 ปี ภายในพระราชวังมีห้องต่างๆ ที่มีความสวยงามมากมาย และยังมีห้องจัดเเสดงผลงานทางศิลปะอีกด้วย ใกล้ๆ กับพระราชวังมีบ้านพักตากอากาศสไตล์อิตาเลียน โดยภายในนั้นจะมีผลงานศิลปะตั้งเเต่ยุุคปี 1800 นอกห้ามพลาดสวนสวยที่ได้รับเเรงบันดาลใจมาจากพระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปสวยๆ กันอย่างจุใจ

5. พระราชวังเรสซิเดนซ์มิวนิก (Residenz Munich)

Residenz Munich
Residenz Munich

พระราชวังเรสซิเดนซ์มิวนิก เป็นพระราชวังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเยอรมัน ตั้งอยู่ใจกลางกรุงมิวนิก (Munich) สร้างขึ้นในปี 1385 เป็นอดีตพระราชวังหลวงของราชอาณาจักรบาวาเรียในอดีต และเป็นที่ทรงงานชองกษัตริย์แห่งแคว้นบาเยิร์นมายาวนานกว่า 500 ปี เสน่ห์ของพระราชวังแห่งนี้ คือมีความผสมผสานของศิลปะหลายแบบที่เปลีี่ยนไปตามยุคสมัย ทั้งเรเนสซองส์ บาโรก และโรโคโค ภายในมีห้องจัดแสดง 130 ห้อง ทั้งห้องนอน ห้องทำงาน ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องต่างๆ ที่ผู้นำเคยใช้เป็นที่พักและที่ทำงานจริงๆ และมีอาคารหลักอยู่ 3 แห่งคือ “เคอนิกส์เบา” (Konigsbau) “อัลเทอเรซิเดนซ์” (Alte Residenz) และ “เฟสท์ซาลเบา” (Festsaalbau) ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บสะสมงานทางศิลปะ และเป็นคลังเก็บสมบัติของกษัตริย์โบราณ

6. พระราชวังซองซูซี (Sanssouci Palace)

Sanssouci Palace
Sanssouci Palace

พระราชวังซองซูซี  ตั้งอยู่บนเนินเขาที่เมืองพอทสดัม (Potsdam) ของเยอรมนี เป็นอดีตพระราชวังฤดูร้อนของพระเจ้าฟรีดริชที่ 2 (Friedrich II) แห่งปรัสเซีย สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่หลบจากราชสำนักเบอร์ลิน ที่เต็มไปด้วยพิธีรีตองต่างๆ ตัวพระราชวังสร้างบนเนินกลางอุทยาน มีขนาดไม่ใหญ่มาก มีห้องหลักๆ เพียง 10 ห้อง หลังจากเยอรมนีตะวันออกกับเยอรมนีตะวันตกในปี 1990 ร่างของพระเจ้าฟรีดริชที่ 2 ก็ถูกนำกลับมาฝังบนเนินที่พระราชวังแห่งนี้ตามพระราชประสงค์เดิมของพระองค์ก่อนที่จะเสด็จสวรรคต ในปี 1990 พระราชวังซองซูซีและอุทยานได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ภายใต้ชื่อว่า “พระราชวังและอุทยานแห่งพ็อทซ์ดัมและเบอร์ลิน” โดยเปิดให้เข้าชมในช่วงเดือนเมษายน-ตุลาคมเท่านั้น

7. ปราสาทลินเดอร์ฮอฟ (Linderhof Palace)

Linderhof Palace
Linderhof Palace

วังลินเดอร์ฮอฟ ตั้งอยู่ใกล้เมืองโอเบอร์อัมเมอร์เกา (Oberammergau) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นบาวาเรีย (Bavaria) เป็นวังที่เล็กที่สุดที่สร้างโดยพระเจ้าลุดวิกที่2 (Ludwig II) แห่งบาวาเรีย เพื่อประทับในยามล่าสัตว์ มีบางส่วนที่สร้างเลียนแบบพระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส โดดเด่นสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมร็อคโคโค เป็นพระราชวังขนาดเล็กที่มีเพียง 9 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องมีโทนสีที่แตกต่างกันไป โดยภายในจะสะท้อนถึงจินตนาการ และเทคนิคล้ำยุคในสมัยนั้น เช่น บัลลังก์เปลือกหอย เครื่องปั่นไฟในถ้ำเพื่อจุดประกายใต้น้ำ โต๊ะเสวยที่มีกลไกสำหรับเสิร์ฟอาหาร  ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ “ห้องกระจก” (Mirror room) ที่นำกระจกมาส่องตรงกัน 2 ฟากฝาผนัง เมื่อมองเข้าไปในกระจก จะรู้สึกเหมือนห้องนี้กว้างยาวไม่มีที่สิ้นสุดเลยทีเดียว     

8. พระราชวังซวิงเงอร์ (Zwinger Palace)

Zwinger Palace
Zwinger Palace

พระราชวังซวิงเงอร์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเอลเบอ (Elbe River) ภายในเมืองเดรสเดน (Dresden) เป็นพระราชวังเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในปี 1709 เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสวยงามโออ่าด้วยสถาปัตยกรรมบาโรก ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีของเก่าแก่และมีคุณค่าสะสมไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นคอลเลคชันงานศิลปะ วัตถุโบราณขนาดใหญ่  และชุดถ้วยชามเดรนเดรนโบราณ ห้องเสริมสวยที่เต็มไปด้วยชุดกระจกโบราณและห้องดนตรี ในอดีตพระราชวังแห่งนี้เคยเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำ ลานสี่เหลี่ยมมีทางเข้า 4 ทางที่นำไปสู่ลานที่เต็มไปด้วยน้ำพุ ประดับด้วยประติมากรรมหินที่วิจิตรงดงาม และมีสวนดอกไม้ที่ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลขนาดใหญ่

9. ปราสาทเอลทส์ (Eltz Castle)

Eltz Castle
Eltz Castle

ปราสาทลับซ่อนตัวอยู่กลางป่า ทางตะวันตกของเยอรมนี ระหว่างเมืองโคเบลนซ์ (Koblenz)  และเมืองเทรียร์ (Trier) เป็นคฤหาสน์ของตระกูล “เอลทส์” (Eltz) ซึ่งสืบทอดต่อกันมายาวนานถึง 33 รุ่น ใช้ระยะเวลานานกว่า 850 ปี ถูกยกย่องว่าเป็นปราสาทที่สวยที่สุดในยุคกลางของเยอรมนี มีความโดดเด่นคือมียอดแหลมเป็นเอกลักษณ์  ปัจจุบันเปิดให้ผู้คนเข้าชมความสวยงามของปราสาทแห่งนี้ได้บางส่วน เนื่องจากสมาชิกในตระกูลเอลทส์ยังคงพักอาศัยอยู่ในส่วนหนึ่งของปราสาท ภายในปราสาทสถาปัตยกรรมบาโรก ยังคงไว้ด้วยเครื่องตกแต่งดั้งเดิมจำนวนมาก รวมถึงชุดสะสมโบราณวัตถุ เช่น ภาพเขียน ข้าวของเครื่องใช้ประดับทองและเงิน สิ่งทอ พอร์ซเลนเวียนนา และอาวุธสมัยยุคกลาง

10. ปราสาทดราเคินบูร์ก (Schloss Drachenburg)

Schloss Drachenburg
Schloss Drachenburg

ปราสาทดราเคินบูร์ก ตั้งอยู่ที่เมืองตากอากาศนิกส์วินเทอร์ (Konigswinter) บนเนินเขาดราเคินเฟลด์ (Drakenfeld Hill) ปราสาทสถาปัตยกรรมวิคตอเรียนโกธิกแห่งนี้ ใช้เวลาสร้างเพียง 2 ปี ระหว่างปี 1882–1884 โดยนายธนาคารชื่อ “สตีเฟ่น ซาร์เตอร์” (Stephan Sarter) เพื่อเป็นที่พักอาศัย หลังจากที่เขาเสียชีวิตลง ปราสาทได้เปลี่ยนเจ้าของอีกหลายคน จนถึงปี 1986 ก็ตกเป็นของรัฐนอร์ทไรน์เวสท์ฟาเลีย (North Rhine Westphalia) ซึ่งได้มีการบูรณะซ่อมแซมเพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถาน ที่มีคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรม  ด้านในปราสาทมีการตกแต่งอย่างสวยงาม จัดแสดงนิทรรศการต่างๆ เกี่ยวกับประวัติความเป็นของปราสาท และการบูรณะซ่อมแซม มีมุมสุดคลาสสิกให้ถ่ายรูปเพียบ

11. ปราสาทลิกเตนสไตน์ (Schloss Lichtenstein)

Schloss Lichtenstein
Schloss Lichtenstein

ปราสาทสวยสุดคลาสสิก ตั้งอยู่บนหน้าผาในเทือกเขาสวาเบียน (Swabian Alps) เหนือเมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “โฮเนา” (Honauป ในรัฐบาเดนเวิร์ทเทมเบิร์ก (Baden Wurttemberg) ที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี ปราสาทถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 เพื่อเป็นป้อมปราการของอัศวินแห่งลิกเตนสไตน์ แต่ถูกทำลายจากสงครามถึง 2 ครั้ง จนเหลือเพียงซากปรักหักพัง ต่อมา “วิลเฮล์ม คาร์ล” ดยุกแห่งอูราช  (Duke Wilhelm of Urach) ผู้ครองแคว้นเวอร์ทเทิมเบิร์กขณะนั้น ได้สั่งให้สร้างปราสาทขึ้นใหม่ในสไตล์นีโอโกธิก และตั้งชื่อว่า “ลิกเตนสไตน์” ตามแรงบันดาลใจจากนิยายเรื่อง Lichtenstein ปัจจุบันปราสาทแห่งนี้ก็ยังคงเป็นทรัพย์สินของดยุกแห่งอูราช แต่เปิดให้นักท่องเท่ยวเข้าชมด้านใน ซึ่งเก็บสะสมอาวุธและโล่ห์โบราณไว้มากมาย

12. ปราสาทชเวริน (Schwerin Castle)

Schwerin Castle
Schwerin Castle

หนึ่งในปราสาทที่โรแมนติกที่สุดในยุโรป เป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า “นอยชวานชไตน์แห่งแดนเหนือ” เนื่องจากสร้างเลียนแบบปราสาทในยุคกลาง ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเกาะในทะเลสาบชเวริน (Lake Schwerin) ของเมืองชเวริน เมืองหลวงของรัฐเมคเลินบวร์กฟอร์พอมเมิร์น  (Mecklenburg Vorpommern) ปราสาทชเวรีนมีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี แต่ได้มีการบูรณะต่อเติมเรื่อยมา มีออกแบบปราสาทใหม่ในรูปแบบนีโอเรเนสซองส์ โดยยังคงเก็บบางส่วนของปราสาทเดิมในศตวรรษที่ 16 ไว้อยู่ นับตั้งแต่ปี 1918 ปราสาทแห่งนี้ถูกเปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ โรงเรียนสำหรับสอนครูชั้นประถม โรงพยาบาล และรัฐสภาท้องถิ่น ปัจจุบันไม่มีใครอาศัยอยู่ในปราสาทแห่งนี้อีกแล้ว นอกจากภูติผีที่ถูกร่ำลือว่าสุดหลอน

13. ปราสาทโฮเอินโซลเลิร์น (Burg Hohenzollern)

Burg Hohenzollern
Burg Hohenzollern

ปราสาทโฮเอินโซลเลิร์น เป็นหนึ่งใน 4 ปราสาทที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในเยอรมัน ตั้งอยู่บนเขาโฮเอินโซลเลิร์น (Mount Hohenzollern) ทางทิศใต้ของเมืองเฮชินเกน (Hechingen) ในรัฐบาเดนเวอร์ทเทิมแบร์ก (Baden Wurttemberg)   ปราสาทแห่งนี้ได้เริ่มก่อสร้างเพื่อเป็นป้อมปราการในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 11 มีจุดเด่นอยู่ที่ยอดแหลมของปราสาท สูงเด่นเป็นสง่าที่ความสูง 855 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ต่อมาได้ถูกทำลายโดยทัพหลวงของราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค และมีการสร้างปราสาทใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม ครั้นถึงกลางทศวรรษที่ 18 ปราสาทหลังนี้ถูกปล่อยให้ชำรุดทรุดโทรมจึงต้องรื้ออาคารส่วนมากทิ้ง ซึ่งปราสาทที่เห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นผลงานจากสมัยศตวรรษที่ 19 โดยใช้เป็นทั้งโรงละครแบบเปิด สถานที่จัดคอนเสิร์ต สถานที่จัดงานคริสต์มาสประจำทุกปี

14. ปราสาทวาร์ทเบิร์ก (Wartburg Castle)

Wartburg Castle
Wartburg Castle

ปราสาทวาร์ทเบิร์ก สร้างขึ้นในยุคกลาง ถือเป็นปราสาทอีกหลังที่ยังคงสภาพดั้งเดิมไว้ ตัวปราสาทตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 410 เมตร และมีประตูทางเข้าแค่ประตูเดียว ทางเดินเข้าสู่ตัวปราสาทนี้จะเป็นพื้นหินลาดที่ถูกแกะขึ้นมาจากหินธรรมชาติจริงๆ ภายในปราสาทอันสวยงามคลาสสิกมีป้อมสังเกตการณ์ ปืนใหญ่ บ่อน้ำ และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่มีอายุเกือบพันปี นอกจากนี้ยังมีภาพวาดฝาผนังที่มีการออกแบบตกแต่งด้วยศิลปะโรมัน เพดานห้องส่วนใหญ่ตกแต่งด้วยโมเสกสีสันสวยงาม ปราสาทวาร์ทเบิร์กได้รับการยกย่องว่าเปรียบเสมือนอนุสาวรีย์แห่งชาติ มีเรื่องราวเกิดขึ้นที่นี่มากมาย และครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พำนักของ “มาร์ติน ลูเทอร์”  (Martin Luther) หนึ่งในผู้ปฏิรูปศาสนาคริสต์ และถูกประณามว่าเป็นคนนอกกฏหมาย

15. ปราสาทมาร์กเบิร์ก (Marksburg Castle)

Marksburg Castle
Marksburg Castle

ปราสาทมาร์กเบิร์ก ถูกขนานนามว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ยอดเยี่ยมแห่งยุคกลาง มีอายุกว่า 700 ปี และถูกขึ้นทะเบียนมรดกโลก ในปี  2002 เป็นป้อมปราการแห่งศตวรรษที่ 14 ตั้งโดดเด่นริมฝั่งแม่น้ำไรน์ (Rine River) ในเมืองเบราบัก (Braubach) ในอดีตปราสาทแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานที่ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงฟากหนึ่งก็ถูกสร้างให้เป็นสถานที่คุมขังนักโทษ ปัจจุบันสภาพนั้นแทบไม่เหลือแล้ว ปัจจุบันภายในห้องโถงของปราสาทหลังงามที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางไร่องุ่นและสวนกุหลาบกว้างใหญ่ เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการ จัดแสดงเครื่องเรือนและเครื่องใช้ของชนชั้นสูงในยุโรป บนหอคอยสูงของปราสาทเป็นขุดชมวิวแม่น้ำไรน์ และชมทิวทัศน์ได้กว้างไกลหลายสิบกิโลเมตร 

ปราสาททุกหลังของเยอรมนีล้วนมีความสวยงามเหมือนดั่งอยู่ในเทพนิยาย ให้จินตนาการไปได้มากมาย อีกทั้งยังมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาแตกต่างกันไป แต่ก็ยังเปี่ยมเสน่ห์และมนต์ขลังให้ต้องไปเยี่ยมชมสักครั้งในขีวิต พร้อมเมื่อไหร่จองตั๋วเครื่องบินไปเยอรมนี หรือจองตั๋วเครื่องบินไปเบอร์ลิน เพื่อสำรวจปราสาทแห่งเทพนิยายกันเลย

Tags: Burg Hohenzollern, Charlottenburg Palace, Eltz Castle, Germany, Heidelberg Castle, Linderhof Palace, Marksburg Castle, Neuschwanstein Castle, Nymphenburg Palace, Residenz Munich, Sanssouci Palace, Schloss Drachenburg, Schloss Lichtenstein, Schwerin Castle, Traveloka, Wartburg Castle, Zwinger Palace, จองตั๋วเครื่องบิน, จองตั๋วเครื่องบินเยอรมนี, จองโรงแรม, จองโรงแรมเยอรมนี, ปราสาทชเวริน, ปราสาทดราเคินบูร์ก, ปราสาทนอยชวานสไตน์, ปราสาทมาร์กเบิร์ก, ปราสาทลิกเตนสไตน์, ปราสาทลินเดอร์ฮอฟ, ปราสาทวาร์ทเบิร์ก, ปราสาทเยอรมนี, ปราสาทเอลทส์, ปราสาทโฮเอินโซลเลิร์น, ปราสาทไฮเดลเบิร์ก, พระราชวังชาร์ลอตเทินบวร์ก, พระราชวังซวิงเงอร์, พระราชวังซองซูซี, พระราชวังนิมเฟนบูร์ก, พระราชวังเยอรมนี, พระราชวังเรสซิเดนซ์มิวนิก, เยอรมนี Categories: Around The World
share TWEET PIN IT SHARE
Related Posts